บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน)  (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของ “ผู้ใช้บริการ” และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ใช้บริการได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ “การประมวลผล” ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งช่องทางออนไลน์ และช่องทางปกติตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ดังนี้

1. คำนิยาม

               ผู้ใช้บริการ หมายถึง ลูกค้า ผู้ให้ความสนใจ บุคคลธรรมดาที่ดำเนินการในนามนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูล ผู้มีอำนาจดำเนินการแทนผู้ใช้บริการตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี เช่น ผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาว์ ผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ เป็นต้น เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เข้าใช้บริการธุรกรรมต่าง ๆ ของบริษัท โดยผ่านช่องทางการติดต่อที่เป็นการให้บริการจากบริษัทโดยตรง  หรือใช้บริการอื่นใดทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท

               การประมวลผล หมายถึง การเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

2. การบังคับใช้

นโยบายฯ ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้กับผู้บริหาร พนักงานของบริษัท คู่ค้า ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้

3. การเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด

บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการด้วยวิธีการตามกฎหมายและเป็นธรรม โดยบริษัทจะจัดเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัท และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยจะขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการไม่ว่าจะใช้บริการผ่านทางช่องทางใดของบริษัทก็ตามก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด และ/หรือในกรณีตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฯ ฉบับนี้ โดยบริษัทจะรักษาข้อมูลเหล่านั้นไว้เป็นความลับ

4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

               4.1 ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่

                      4.1.1  ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ อาชีพ ตำแหน่งงาน ประเภทธุรกิจ สัญชาติ วันเดือนปีที่เกิด สถานภาพสมรส  และ ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ( เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง รายละเอียดใบอนุญาตขับขี่)

                      4.1.2  ข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ สถานที่ทำงาน

                      4.1.3  ข้อมูลยานพาหนะ เช่น รายละเอียดป้ายทะเบียน รายละเอียดยานพาหนะ (เช่น เลขป้ายทะเบียน ยานพาหนะ เลขตัวถัง เลขไมล์)  ละติจูด ลองจิจูดขณะใช้งาน วันและเวลาของการสตาร์ทและดับเครื่องรถยนต์ในแต่ละครั้ง

                      4.1.4  ข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลและหมายเลขบัตรเครดิต/เดบิต รายละเอียดการชำระเงิน และสำเนาบัญชีธนาคาร/สมุดบัญชีธนาคาร

                      4.1.5  ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น การขอเอาประกันภัย การเรียกร้องสินไหมทดแทน การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์ประกันภัย

                      4.1.6  ข้อมูลทางเทคนิค เช่น หมายเลขไอพี (IP Address) เบราว์เซอร์ (Browser) คุกกี้ ไอดี (Cookie ID)

                      4.1.7  ข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การใช้งานเว็บไซต์บริษัท เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว

               4.2  ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการดำเนินคดี หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการ เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับข้อยกเว้นตามกฎหมาย

หมายเหตุ : ต่อไปนโยบายฯ ฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะขอเรียกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

5. ช่องทางและกระบวนการที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และ ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวของผู้ใช้บริการผ่านกระบวนการ ดังนี้

               5.1 ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการให้กับบริษัทโดยตรง เช่น ข้อมูลตามใบคำขอเอาประกันภัยรวมถึงเอกสารประกอบคำขอเอาประกันภัย คำขออื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามสัญญาประกันภัย หรือที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์/บริการของบริษัท ข้อมูลการร้องเรียน ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการใช้ในการติดต่อสื่อสารกับบริษัท ไม่ว่าจะในรูปแบบหนังสือ ภาพ และ/หรือเสียง ข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์วัดระยะทางที่บริษัทได้จัดส่งให้กับผู้ใช้บริการ ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการร่วมทำกิจกรรมกับบริษัท หรือเอกสารอื่นใด รวมถึงการให้ข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอกนิกส์ เมื่อเจ้าของข้อมูลขอรับบริการ หรือซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยจากบริษัท รวมถึงติดต่อเยี่ยมชม ค้นหา ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ระบบเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น คอลเซ็นเตอร์ หรือช่องทางอื่นใดที่เป็นการให้บริการจากบริษัทโดยตรง

               5.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับ หรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากผู้ใช้บริการโดยตรง หรือจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น จากตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย บริษัทประกันภัยอื่น บริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ปรึกษา แพทย์ที่ทำการรักษา สถานพยาบาล สมาคมวิชาชีพ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการข้อมูล หน่วยงานของรัฐ และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายอื่นๆ ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับข้อยกเว้นตามกฎหมาย

6. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

               6.1  เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย และ/หรือการใช้บริการของบริษัท ตลอดจนเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่บริษัท หรือผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตาม ได้แก่

                      6.1.1 การปฏิบัติตามสัญญาประกันภัย การประกันภัยร่วม การประกันภัยต่อ และการประกันภัยต่อช่วง

                      6.1.2 การสำรวจภัย การประเมินความเสียหาย และการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย

                      6.1.3 การดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาประกันภัย

                      6.1.4 การดำเนินการทางกฎหมาย กรณีต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก หรือรับช่วงสิทธิเรียกร้องกับบุคคลภายนอก

                      6.1.5 การจัดทำสถิติ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง

                      6.1.6 ให้บริการ อำนวยความสะดวกและประสานงานระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ

                      6.1.7 การดำเนินการเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการของบริษัท

                      6.1.8 การปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                      6.1.9 การดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทซึ่งผู้ใช้บริการสามารถคาดหมายได้ เช่น การบันทึกเสียงสนทนาทางคอลเซ็นเตอร์ การบันทึกภาพกล้องวงจรปิดภายใน และภายนอกอาคาร การแลกบัตรก่อนเข้าอาคาร การจัดการข้อร้องเรียน การสำรวจ หรือประเมินความพึงพอใจในการให้บริการ การแจ้งเตือน หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียงเกี่ยวกับการจัดประชุม อบรม สันทนาการ หรือออกบูธ

                      6.1.10 การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล การตรวจสอบภายใน และการบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานกำกับดูแล ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก และบริษัทในเครือกิจการเดียวกัน ทั้งที่อยู่ในประเทศ และต่างประเทศ

                      6.1.11 การป้องกันตามมาตรการ หรือนโยบายของบริษัทในการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำทุจริต ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การผิดนัดชำระหนี้ หรือผิดสัญญา การทำผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานในการป้องกัน และลดความเสี่ยงข้างต้นของบริษัท ในเครือกิจการ หรือธุรกิจเดียวกัน

                      6.1.12 การรับประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ประกันภัย และ/หรือบริการของบริษัท ตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ความยินยอมไว้ เช่น ข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษ คำแนะนำ และข่าวสารต่างๆ ทางการตลาด รวมถึงสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัย และ/หรือบริการของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัทในเครือกิจการเดียวกัน หรือของพันธมิตรทางธุรกิจ หรือของบุคคลภายนอกที่ให้บริการกับบริษัท

               6.2 เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตกลงไว้กับบริษัท

               ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้แก่ผู้ใช้บริการทราบ และขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการผ่านทางช่องทางที่เคยติดต่อผู้ใช้บริการ และจะประกาศในเว็บไซต์ทางการของบริษัท และ ณ ที่ทำการของสำนักงานใหญ่ไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลง

7. บุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเข้าถึงหรือมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ทราบ

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้กับบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้

               7.1 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย

               7.2 หน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ตามกฎหมาย เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร เป็นต้น

               7.3 สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ/หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อประโยชน์ในการจัดทำสถิติ และคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย

               7.4 บริษัทประกันภัยต่อ และ/หรือบริษัทประกันภัยร่วม

               7.5 สถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระเงิน และการจ่ายเงิน

               7.6 ผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งบริษัทได้มอบหมายให้ดำเนินการแทนบริษัท ในเรื่องเกี่ยวกับการรับประกันภัย การสำรวจภัย การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน การรักษาพยาบาล การดำเนินการทางกฎหมาย การตรวจสอบบัญชี และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาประกันภัย

               7.7 บริษัทในเครือกิจการ หรือธุรกิจเดียวกัน หรือผู้รับข้อมูลอื่นทั้งที่อยู่ในประเทศ หรือต่างประเทศ

               7.8 บริษัทโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ส่งข้อมูลทางการตลาดให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาตให้ส่งข้อมูลทางด้านการตลาด หรือข้อมูลข่าวสารใด ๆ ไว้

               ทั้งนี้ บริษัทจะไม่เปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กล่าวถึงข้างต้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือ หรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้เท่านั้น

8. มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทคำนึงถึงความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ โดยกำหนดให้มีมาตรการในการจัดเก็บข้อมูล เช่น การเข้าถึงรหัส และจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ใช้มาตรการควบคุมความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงการสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย เข้าถึง ทำลาย ใช้ ดัดแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับกับการคุ้มครองข้อมูล

บริษัทยังมีการกำหนดให้ทบทวน ปรับปรุงขั้นตอนและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ หากผู้ใช้บริการเห็นว่าการติดต่อสื่อสารกับบริษัทมีความไม่ปลอดภัย โปรดแจ้งมายังบริษัททันทีตาม “ช่องทางการติดต่อ” ด้านล่างของนโยบายฯ ฉบับนี้

9. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล

               9.1 บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประเภทข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทไม่เกิน 11 ปีนับตั้งแต่วันที่ยุติความสัมพันธ์ หรือการติดต่อครั้งสุดท้าย เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาและอายุความตามกฎหมาย เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้มีระยะเวลาการเก็บรักษาที่นานขึ้น

               9.2 บริษัทจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

10. การส่งหรือโอนข้อมูล

บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปยังบุคคลอื่นทั้งใน หรือต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ผู้ใช้บริการเป็นคู่สัญญา หรือกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้บริการก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยบริษัทได้กำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการมีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้เท่าที่จำเป็น และดำเนินการไม่ให้ข้อมูลถูกเปิดเผย หรือรั่วไหลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

บริษัทอาจเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูปของบุคคลอื่นในการประมวลผลข้อมูลผู้ใช้บริการ แต่บริษัทจะกำหนดสิทธิ์ผู้ที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

11. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ผู้ใช้บริการมีสิทธิตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

               11.1 สิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล

               11.2 สิทธิในการขอให้บริษัทดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการถูกต้องสมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน

               11.3 สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากบริษัท รวมทั้งสิทธิในการขอให้บริษัท ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ส่ง หรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

               11.4 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

               11.5 สิทธิในการขอให้บริษัท ดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

               11.6 สิทธิในการขอให้บริษัท ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

               11.7 สิทธิในการขอถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ

               11.8 สิทธิในการร้องเรียน ในกรณีที่บริษัท รวมทั้งลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

12. การขอถอนความยินยอมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการถอนความยินยอม

ในการถอนความยินยอมที่เคยให้แก่บริษัทกรณีเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยฐานความยินยอมของผู้ใช้บริการไว้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิแจ้งขอถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้กับบริษัทไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วนได้ตลอดเวลา ซึ่งการให้ความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยที่เคยได้ให้ความยินยอมไว้แล้ว

ในการลบ ทำลาย คัดค้าน ระงับ หรือขอถอนความยินยอม ของผู้ใช้บริการที่ได้ให้ความยินยอมไว้เพื่อเหตุผล หรือวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการดำเนินการด้านการตลาด อาจส่งผลกระทบให้บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการในขั้นต่างๆ หรือบริการ เช่น การพิจารณารับประกันภัย พิจารณาค่าสินไหมทดแทน ให้บริการด้านการประกันภัย และ/หรือบริหารจัดการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่าง ๆ หรือความสัมพันธ์ และ/หรือบัญชีของผู้ใช้บริการที่มีกับบริษัทได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์จากการได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยตามความคุ้มครองที่ได้รับเดิมในอนาคต อนึ่ง บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวตามความเหมาะสม และเท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับจะอนุญาต

13. การใช้คุกกี้

เมื่อผู้ใช้บริการใช้บริการกับเว็บไซต์นี้ (https://www.falconinsurance.co.th/ และ https://www.falcon4life.com/) (“เว็บไซต์”) บริษัทถือว่าผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอมในการใช้ “คุกกี้” ซึ่งทำหน้าที่บันทึกข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ เช่น บันทึกข้อมูลการตั้งค่าภาษาในอุปกรณ์บนอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการ บันทึกสถานะการเข้าใช้งานในปัจจุบันของผู้ใช้บริการ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ปรับปรุงการบริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับการใช้บริการ รวมถึงมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการเข้าใช้งานบริการที่ผู้ใช้บริการชื่นชอบ โดยคุกกี้ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์ของท่าน และเนื้อหาในคุกกี้จะถูกเรียกออกมาดูหรืออ่านได้โดยบริการที่สร้างคุกกี้ดังกล่าวเท่านั้น

โดยข้อมูลคุกกี้ที่บริษัทรวบรวมเป็นข้อมูลการตั้งค่าส่วนบุคคลแบบไม่ระบุตัวตน จะไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุถึงผู้ใช้บริการได้ อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการสามารถปิดการใช้คุกกี้ในการตั้งค่าของเว็บเบราว์เซอร์ผู้ใช้บริการ แต่การปิดการใช้งานอาจส่งผลต่อผู้ใช้บริการในอนาคต

14. การปรับปรุงนโยบายฯ

บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายฯ ฉบับนี้ ตามบริบทของธุรกิจหรือกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลง ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ สาขา แอปพลิเคชั่น คอลเซ็นเตอร์ หรือช่องทางอื่น ๆ

หากการเปลี่ยนแปลงนโยบายฯ มีผลกระทบกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมผ่านช่องทางเว็บไซต์บริษัท เพื่อให้ท่านมีโอกาสใช้สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตาม “สิทธิของเจ้าของข้อมูล” ในนโยบายฯ ฉบับนี้

15. ช่องทางการติดต่อ

หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องการสอบถามเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือต้องการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่

               เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท 

               บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน)

               33/4 อาคารเอ เดอะไนน์ทาวเวอร์ ชั้น 24-25 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

               หรืออีเมล Fcicustomersevice@falconinsurance.co.th  หรือ เบอร์ 02 037 9988

ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป